อยู่คนเดียว (3)

posted on 07 May 2008 12:34 by chatupong

เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก ประโยคนี้คงเป็นคำพูดที่ได้ยินกันมาช้านานแล้วจากคำพูดที่ลูกพี่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อท่านบอกกับลูกพี่ผมว่าในวัยชรา เพื่อนกินกลับหายากกว่าเพื่อนตาย เพราะเพื่อนๆ มันแก่ตายกันไปหมด จะหาเพื่อนมาร่วมกินด้วยยังยากเพราะสุขภาพก็ไม่ค่อยจะสู้ดี

คุณพ่อผมอายุ 70 กว่าแล้ว ท่านพูดให้ผมฟังบ่อยๆ ว่าสำหรับพ่อไม่มีเรื่องอนาคตแล้ว เพราะอนาคตก็คือตาย งานเลี้ยงรุ่นประจำปีของรุ่นคุณพ่อ แต่ละปีก็มีข่าวว่าเพื่อนคนนั้นตาย เพื่อนคนนี้ป่วยแต่ละปีก็มีร่วงโรยไปตามกัน ปีนี้เจอกัน และไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้เจอกันหรือเปล่า

เพื่อนคุณพ่อผม เจอกันก็มีแต่คุยเรื่องอดีต ว่าเคยมีวีรกรรมอะไรกันมาบางครั้งผมมีโอกาสไปร่วมโต๊ะด้วย ก็รู้สึกว่าเพื่อนคุณพ่อหรือแม้แต่คุณพ่อผมเองเล่าเรื่องเดิมอีกแล้ว ปีที่แล้วก็เล่า ปีนี้ก็เล่าซ้ำอีก ก็อย่างที่คุณพ่อผมบอกเรื่องอนาคตของคุณพ่อผมไม่มีแล้ว มีแต่เรื่องอดีตเท่านั้น

ผมมานั่งคิดว่า คนวัยชราแบบนี้ เค้าจะกลัวความตายกันหรือไม่เพราะใช้ชีวิตอยู่บนโลกมาหลายสิบปี เบื่อที่จะหายใจกันหรือเปล่า แม้กระทั่งการยืนอยู่บนโลกนี้ เรายังต้องฝืนสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกเลย ฝืนกับแรงโน้มถ่วงของโลกมาหลายสิบปี เบื่อกันหรือยัง

ผมพูดถึงตรงนี้ มิใช่ว่าจะแช่งคุณพ่อตัวเอง แต่ความตายมันเป็นสิ่งที่หนีไม่ได้เพื่อนของคุณพ่อผมท่านนึง แกมีโรคประจำตัวคือเป็นโรคหัวใจและแกก็ไปหาหมออย่างสม่ำเสมอ วันนึงเพื่อนคุณพ่อเดินทางไปพบหมอ ซึ่งแกก็ได้โดยสารรถเมล์เดินทางคนเดียวเหมือนเช่นเคย

โทรศัพท์ที่บ้านดังขึ้น ขอสายคุณพ่อผม เสียงปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงซึ่งมีน้ำเสียงสะอื้น คุณพ่อผมนั่งฟังอย่างนิ่งสงบ หลังจากวางสายแล้ว คุณพ่อผมบอกสั้นๆ "เพื่อนพ่อตายไปอีกคนแล้ว"

เพื่อนคุณพ่อคนนี้ เป็นเพื่อนที่สนิทกับคุณพ่ออีกคนนึง ซึ่งทางบ้านเพื่อนคุณพ่อ เล่าให้ฟังว่า แกช็อกหมดสติอยู่บนรถประจำทาง ซึ่งกว่าจะรู้ว่าตาย รถเมล์ก็มาจอดที่อู่แล้ว กระเป๋ารถเมล์เดินไปบอกเพื่อนคุณพ่อ "ลุงครับๆ รถเมล์ถึงอู่แล้วครับ" ในตอนแรกกระเป๋ารถเมล์ คิดว่าชายแก่คนนี้อาจจะนอนหลับเพลินไปหน่อย แต่หลังจากปลุกอยู่นานสองนาน ร่างชายแก่กลับไม่สะดุ้งตื่น ...

วันนี้เรามีเพื่อนฝูงรอบตัวมากมาย แต่พอถึงวันสุดท้ายที่เราอยู่บนโลก เรากลับตายอย่างโดดเดี่ยวทั้งหลายทั้งปวงบนโลก ไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ คนจนหรือคนรวย ก็มีสิทธิตายได้เท่ากันคนจนเป็นหนี้ เครียดจัดฆ่ายกครัว, เศรษฐีพันล้าน เครียดจัดฆ่าล้างโคตร ข่าวเหล่านี้น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

หลังจากกลับจากราชบุรี ผมเลือกที่จะโทรหาเพื่อนกลุ่มอื่นบ้าง อย่างที่บอกแต่แรกว่า ผมขอเป็นฝ่ายเลือก มากกว่าการเป็นฝ่ายถูกเลือก ผมส่ง SMS ไปหาเพื่อนชวนไปเที่ยว เพื่อนโทรกลับมาถามว่า ไปที่ไหน ไปกี่โมง ไปแล้วทำอะไร กลับกี่โมง มันถามผมยิ่งกว่าสัมภาษณ์คนเข้าทำงาน ผมตอบคำถามมันทุกคำถาม แต่สุดท้ายมันบอกผมว่า "กูไม่ว่างว่ะ ขอโทษที"

ผมโทรหาเพื่อนกลุ่มที่สอง "เฮ้ย ถ้ามึงไม่รู้จะไปไหน มึงมากับกูก็ได้ แฟนกูจะไปเล่นสงกรานต์" คำว่าสงกรานต์เล่นเอาผมผวา เพราะไปราชบุรีทำให้ผมกลายเป็นคนกลัวน้ำเหมือนหมาติดเก้ง

ทำไมหมาต้องติดเก้ง แล้วเก้งกับหมา มันผสมพันธุ์กันได้งั้นหรือ
หรือติดเป้ง... ไอ้เป้งนี่เป็นเพื่อนผมสมัยมัธยม หรือเพื่อนผมมันชอบมีอะไรกับหมา

โปรแกรมผมคงไม่น่าสนใจ แล้วผมก็กลับเป็นฝ่ายถูกเลือก แทนที่ผมจะเป็นฝ่ายเลือก ก็โอเค ไม่ว่ากัน หลังจากที่ไม่มีใครว่าง และผมเริ่มจะขี้เกียจ ผมตัดสินใจที่จะอยู่คนเดียว ถ้ามันดีกว่าจะต้องชวนต่อใคร เพราะบางครั้งการอยู่คนเดียว มันก็ทำให้เราได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ แม้มันจะดูล่องลอยไปสักหน่อย แต่สักวันนึงเราก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี ................

อย่ากลัวการอยู่คนเดียว หรือต้องทำอะไรคนเดียว เพราะการทำอะไรหลายคนใช่ว่าจะทำให้เรามีความสุขเสมอไป ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่พอดี มักจะมีอะไรที่เอียงเอนไปบ้าง ไม่ขวาก็ซ้าย ทางสายกลางมีไว้ให้เรายึดถือปฏิบัติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว มันคือคำตอบของชีวิต

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry